วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 12

ไม่มีการเรียนการสอน
เนื่องจากอาจารย์ได้พานักศึกษา ไปศึกษาดูงานที่
       -โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชศรีมา
       -โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

คำขวัญของโรงเรียน
คำขวัญ   สุขภาพดี    มีความรู้    คู่คุณธรรม
สัญลักษณ์ของโรงเรียน



วัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งโรงเรียนสาธิตฯ
๑.  เพื่อเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานสำหรับนักศึกษา 
๒. เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยและพัฒนาบุคลากรจากท้องถิ่น
  ๓. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษา   วิจัย   และทดลองทฤษฎีทางการศึกษาอันจะเป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่น
  ๔. เพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบในการจัดการศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  ๕. เพื่อให้การอบรมสำหรับกุลบุตร  กุลธิดา  ที่จะศึกษาเล่าเรียนตามสติปัญญา ความสามารถ และความถนัด   
  ๖. เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุตรธิดาของข้าราชการ   พนักงาน บุคลากรของมหาวิทยาลัยและ


ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ภารกิจและเป้าหมายของสถานศึกษา
ปรัชญา“ความรู้คู่คุณธรรม นำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์”

วิสัยทัศน์
                มุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยถือว่าผู้ เรียนสำคัญที่สุด จัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการผ่านกิจกรรมพัฒนาทักษะ 
สังคม  พึ่งตนเองได้ เป็นคนดีมีปัญญา มีความเป็นไทยคู่กับความเป็นสากล และอยู่ร่วมในสังคมได้ อย่างมีความสุข

พันธกิจ
๑. ผลิตนักเรียนระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาที่มีคุณภาพทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา
๒. กำหนดหน่วยการเรียนรู้และแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้กิจกรรมที่หลาก หลาย มุ่งเน้นทักษะกระบวนการคิด
๓. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพิ่มพูนสติปัญญาในเชิงสร้าง สรรค์ และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม
๔. จัดกิจกรรมเพื่อทำนุบำรุงศาสนาและศิลปวัฒนธรรม เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมค่านิยมความเป็นไทยให้กับนักเรียน
๕. พัฒนาโรงเรียนให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา
๖. จัดระบบมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาที่สร้างความมั่นใจ และความพึงพอใจให้แก่ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม
๗. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอื่นๆ
ภารกิจ
๑. จัดกิจกรรมแบบบูรณาการที่ส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเน้นทักษะกระบวนการ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการครบทั้ง ๔ ด้าน
๒. จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นไทย เพื่อปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดี
๓. จัดกิจกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ และการคิดแก้ปัญหา
๔. จัดหาสื่ออุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก
๕. พัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
๖. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างโรงเรียน บ้าน และชุมชน
เป้าหมาย
๑. มีการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย ๑๒ มาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
๒. มีมาตรฐานการประกันคุณภาพของสถานศึกษาและมีการประเมินตนเอง เพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภาพนอก
๓. จัดบรรยากาศการเรียนการสอนแบบบูรณาการ โดยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน
๔. ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกของความเป็นไทย
๕. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจินตนาการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสามารถแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
๖. มีสื่ออุปกรณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัย เหมาะสมกับพัฒนาการผู้เรียน
๗. บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการจัดประสบการณ์และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
๘. ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา



สิ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วๆไป

เป็นโรงเรียนที่ไม่มีการสอบ
เป็นโรงเรียนที่ไม่เสียงระฆัง
เป็นโรงเรียนที่ไม่มีดาวให้ผู้เรียน
เป็นโรงเรียนที่ไม่ต้องใช้แบบเรียน
เป็นโรงเรียนที่ไม่มีครูอบรมหน้าเสาธง
เป็นโรงเรียนที่ได้ได้จัดลำดับความสามารถของผู้เรียน
เป็นโรงเรียนที่ครูสอนด้วยเสียงเบาที่สุด
เป็นโรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกับลูก
เป็นโรงเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข
 


วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 11

- อาจารย์ได้เข้าไปดูบล็อกในเซสนี้ ว่านักศึกษาคนใดที่ยังทำงานไม่เรียบร้อย   
- อาจารย์ได้พูดถึงการไปดูงานที่ โรงเรียนลำปลายมาศพัมนา และ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยนครราชสีมา ว่ามีแต่ละฝ่ายงานมีอะไรบ้างมีหน้าที่อะไรและใครที่ทำหน้าที่อะไร โดยแบ่งตามหน้าที่ ดังนี้
    1. การประสานงาน  จำนวนคน 7


    2. ประชาสัมพัธ์   จำนวนคน 5  

    3. ฝ่ายประเมินผล  จำนวนคน 7
   4. งบประมาณ จำนวนคน 4


   5. ลงทะเบียน  จำนวนคน 6

   6. สวัสดิการ  จำนวนคน 7

   7. พิธีการ กล่าวขอบคุณ  จำนวน 6 คน 

      7.1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
      7.2  โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา







วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 10

  วันนี้อาจารย์ติดธุระที่หอประชุมอาจารย์เลยให้นักศึกษารออยู่ภายห้องเรียน เพื่อคุยเรื่องการไปศึกษาดูงานที่ โคราช - บุรีรัมย์ ในวันที่ 27-28 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2556

- ให้นักศึกษากลับไปศึกษาประวัติของ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยนครราชสีมา  ไปดูว่าเขามีการจัดประสบการณ์ส่งเสริมเชิงวิทยาศาสตร์อย่างไรบ้างเพื่อให้เข้าใจก่อนวันไปดูงาน เพื่อต่อยอดความรู้ได้ง่ายขึ้น


- อาจารย์ให้พูดคุยกันในเรื่องของหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการไปดูงานครั้งนี้เมื่อทุกคนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการดำเนินงานแล้ว ให้ไปออกแบบฟอร์มของแต่ละหัวข้อที่แต่ละคนรับผิดชอบ

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 9

ได้เข้าร่วมกิจกรรมของอาจารย์ณุตา พงษ์สุผล ชื่อโครงการว่า "โครงการกายงาม ใจดี ศรีปฐมวัย"
ซึ่งในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น มีการแสดงรำศรีวิชัย และเซิ้งของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มีการแสดงร้องเพลง ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มีการสอนเรื่องมารยาทไทยทั้งการไหว้ การนั่ง การยืน การส่งของ 

มารยาทไทย คือ กิริยา วาจาต่างๆ เช่น การยืน การเดิน การนั่ง การนอน การรับของส่งของ การทำความเคารพ การแสดงกิริยาอาการ การรับประทานอาหาร การให้และรับบริการ การทักทาย การสนทนา การใช้คำพูด การฟัง การใช้เครื่องมือสื่อสาร รวมทั้งการประพฤติปฏิบัติในพิธีการต่างๆที่สุภาพเรียบร้อยที่บุคคลพึง ปฏิบัติในสังคมโดยมีระเบียบแบบแผนอันเหมาะสมตามกาลเทศะ และถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคนไทย


 การปฏิบัติในท่าไหว้ประกอบด้วยกิริยา ๒ ส่วน คือ การประนมมือและการไหว้
การประนมมือ (อัญชลี) เป็นการแสดงความเคารพ โดยการประนมมือให้นิ้วมือทั้งสองข้างชิดกัน ฝ่ามือทั้งสองประกบเสมอกันแนบหว่างอก ปลายนิ้วเฉียงขึ้นพอประมาณ แขนแนบตัวไม่กางศอก ทั้งชายและหญิงปฏิบัติเหมือนกัน การประนมมือนี้ใช้ในการสวดมนต์ ฟังพระสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา ขณะสนทนากับพระสงฆ์ รับพรจากผู้ใหญ่ แสดงความเคารพผู้เสมอกัน และรับความเคารพจากผู้อ่อนอาวุโสกว่า เป็นต้น

การไหว้ (วันทนา) เป็นการแสดงความเคารพ โดยการประนมมือแล้วยกมือทั้งสองขึ้นจรดใบหน้าให้เห็นว่าเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูง การไหว้แบบไทย แบ่งออกเป็น ๓ แบบ ตามระดับของบุคคล

    ระดับที่ ๑ การไหว้พระ ได้แก่ การไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมทั้งปูชนียวัตถุ ปูชนียสถาน ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในกรณีที่ไม่สามารถกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ได้ โดยประนมมือแล้วยกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะลงให้หัวแม่มือจรดระหว่างคิ้ว ปลายนิ้วแนบส่วนบนของหน้าผาก



ระดับที่ ๒ การ ไหว้ผู้มีพระคุณและผู้อาวุโส ได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ครู อาจารย์ และผู้ที่เราเคารพนับถือ โดยประนมมือแล้วยกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะลงให้หัวแม่มือจรดปลายจมูก 
 ปลายนิ้วแนบระหว่างคิ้ว


ระดับที่ ๓ การ ไหว้บุคคลทั่ว ๆ ไป ที่เคารพนับถือหรือผู้มีอาวุโสสูงกว่าเล็กน้อย โดยประนมมือแล้วยกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะลงให้หัวแม่มือจรดปลายคาง ปลายนิ้วแนบปลายจมูก

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 8

ไม่มีการเรียนการสอน

เนื่องจาก มีการสอบกลางภาค



วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 7


กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  คือ  วิธีการและขั้นตอนที่ใช้ดำเนินการค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 
  1) วิธีการทางวิทยาศาสตร์    
  2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 
  3) จิตวิทยาศาสตร์

วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (scientific method)
  วิธีการทางวิทยาศาสตร์  เป็นขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการแสวงหาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์  ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

1. ขั้นสังเกตเพื่อระบุปัญหา  คือการระบุปัญหา  หรือสิ่งที่ต้องการศึกษา  และกำหนด      ขอบเขตของปัญหา 

 2. ขั้นตั้งสมมติฐาน  คือการคิดคำตอบที่คาดหวังว่าควรจะเป็น  หรือการคาดเดาคำตอบ  ที่จะได้รับ

3. ขั้นการรวบรวมข้อมูล  คือการรวบรวมข้อมูล  การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบ  สมมติฐานที่ตั้งไว้ว่าถูกหรือผิด โดยมีหลักฐานยืนยัน อาจทำได้โดยการสังเกต หรือการทดลอง

 4. ขั้นสรุปผล  คือการสรุปว่าจะปฏิเสธ หรือยอมรับสมมติฐาน ตามหลักเหตุและผล     เพื่อให้ได้คำตอบของปัญหา 



1. ทักษะการสังเกต ( Observation)
ทักษะการสังเกต คือความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัส อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง เพื่อหาข้อมูลหรือรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ โดยไม่เพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวลงไป เห็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ได้ยินอย่างไร ได้กลิ่นอย่างไร หรือรสชาติเป็นอย่างไร ก็ตอบไปตามนั้น ประสาทสัมผัสมี 5 ชนิด คือ
1. ประสาทตา สังเกตได้โดยการดู เพื่อบอกรูปร่าง สัณฐาน ขนาด สี สถานะ
2. ประสาทหู สังเกตโดยการฟัง เพื่อบอกเสียงที่ได้ยินว่า เสียงดัง เสียงค่อย เสียงสูง เสียงต่ำ หรือเสียงดังอย่างไรตามที่ได้ยิน
3. ประสาทจมูก สังเกตโดยการดมกลิ่น เพื่อบอกว่ามีกลิ่นหรือไม่ หอม เหม็น ฉุน
4. ประสาทลิ้น สังเกตโดยการชิมรส เพื่อบอกว่ามีรสชาติว่า หวาน ขม เผ็ด เค็ม เปรี้ยว ฝาด แต่ในการสังเกตโดยการชิมนี้ ต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นไม่มีอันตรายและสะอาดเพียงพอ
5. ประสาทผิวกาย สังเกตได้โดยการสัมผัส เพื่อบอก อุณหภูมิ ความหยาบ ความละเอียด ความเรียบ ความลื่น ความเปียกชื้น ความแห้งของสิ่งนั้น
ประเภทของข้อมูลที่ได้จากการสังเกต 1. ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นข้อมูลที่ได้จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า คือตา หู จมูก ลิ้น ในการสังเกตวัตถุนั้น ๆ เช่น
  - ปากกาสีเขียว ( ตา )
  - ดอกไม้ชนิดนี้กลิ่นฉุน ( จมูก )
  - สบู่เมื่อจับแล้วลื่น ( ผิวกาย ) เป็นต้น
2. ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นข้อมูลที่ได้จากการสังเกตโดยอ้างอิงหน่วยการวัด เช่น
  - วัตถุชิ้นนี้หนักประมาณ 10 กรัม
  - ดินสอแท่งนี้ยาวกว่าดินสอแท่งนั้น
  - คาดคะเนด้วยกายสัมผัสว่า น้ำในแก้วนี้มีอุณหภูมิ ประมาณ 40 O C
3. ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง            เป็นข้อมูลที่ได้จากผลการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อกระทำด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การให้ความร้อน การบีบ การนำไปแช่น้ำ เป็นต้น เช่น เมื่อนำเทียนไขไปให้ความร้อน เทียนไขจะละลาย

  2. ทักษะการวัด( Measurement) 
การวัดหมายถึง   ความสามารถในการเลือกและใช้เครื่อง มือต่าง ๆ ทำการวัดหาปริมาณของสิ่งต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง โดยมีหน่วยที่ใช้วัดกำกับ ตลอดจนสามารถอ่านค่าที่วัดได้ถูกต้องหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริง ในการวัดจะต้องพิจารณาว่า
1. จะวัดอะไร เช่น วัดความยาวเส้นรอบรูปของลูกบอล ชั่งน้ำหนักก้อนหิน วัดอุณหภูมิของน้ำ วัดระยะเวลาที่ใช้ในการต้มน้ำ วัดปริมาตรของของเหลวในขวด วัดขนาดของมุม วัดความชื้นของอากาศ วัดแรงกดดันของอากาศ วัดแรงดันของไฟฟ้า ฯลฯ
2. จะใช้เครื่องมืออะไรวัด เช่น ใช้เชือกและไม้บรรทัดวัดเส้นรอบรูปของลูกบอล ใช้ตาชั่งสปริงชั่งน้ำหนักของก้อนหิน
3. เหตุใดจึงใช้เครื่องมือนั้น เช่นทำไมจึงเลือกใช้เชือกและไม้บรรทัดวัดเส้นรอบรูปลูกบอล จะใช้เครื่องมืออื่นได้หรือไม
4. จะวัดอย่างไร เช่น เมื่อมีเชือกและไม้บรรทัดแล้วจะทำการวัดอย่างไร มีเทคนิคอย่างไร
ความสามารถที่แสดงว่านักเรียนเกิดทักษะการวัด คือ
1. เลือกเครื่องมือได้เหมาะสมกับสิ่งที่จะวัด
2. บอกเหตุผลในการเลือกเครื่องมือได้
3. บอกวิธีวัดและวิธีใช้เครื่องมือวัดได้ถูกต้อง
4. ทำการวัดปริมาณต่าง ๆ ได้ถูกต้อง
5. ระบุหน่วยของตัวเลขที่ได้จากการวัดได้ 



วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Recording the classroom 6

ในคาบเรียนวันนี้อาจารย์ให้นักศึกษานำงานประดิษฐ์ ที่ให้ทำเป็นคู่มาส่ง
ซึ่งกลุ่งของดิฉันทำรางลูกแก้วหรรษามาส่ง แต่อาจารย์ให้ไปปรับปรุงแก้ไข
งานมาให้ดีกว่าเดิม เนื่องจากว่างานที่กลุ่มดิฉันทำมานั้น ฐานรางลูกแก้วไม่
มีขนาดที่หลากหลาย ดังนั้นอาจารย์จึงให้ไปทำฐานรองมาใหม่ให้หลายขนาด
และทำให้สวยงามแต่ที่สำคัญต้องแข็งแรงด้วย



ลูกแก้วมหาสนุก
อุปรกรณ์
1.กระดาษแข็ง
2.กาวสองหน้า
3.กระดาษสี
4.กาว
5.ลูกแก้ว
วิธีเล่น
ปล่อยลูกแก้วจากข้างบนลงข้างล่าง